บทบาท HR 2009 จากสายตาแจ๊ค เวลช์
Leader A La Carte : รองศาสตราจารย์ ดร. ศิริยุพา รุ่งเริงสุข กรุงเทพธุรกิจ วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2552
เมื่อเอ่ยชื่อ แจ๊ค เวลช์ คงไม่มีนักธุรกิจคนไหนบอกว่าไม่รู้จักชื่อนี้แน่ๆ แม้ว่าแจ๊คจะลาโรงลงจากตำแหน่ง CEO ของ GE มา 8 ปีแล้ว แต่ใช่ว่าเขาจะเกษียณอายุมาเล่นกอล์ฟ หรืออยู่กับบ้านเหมือนคนวัยหลังเกษียณคนอื่นๆ
แจ๊คแต่งงานครั้งที่สามกับซูซี่ เวลช์ อดีต บก.ของนิตยสารฮาร์วาร์ด บิสสิเนสรีวิว แล้วเปิดธุรกิจให้คำปรึกษา เขาเดินสายทั่วโลกไปกับภรรยาเพื่อปาฐกถาบ้าง ให้คำปรึกษาบ้าง แล้วก็เขียนหนังสือเกี่ยวกับการบริหารอีกหลายเล่ม
นิตยสารฟอร์จูนยกย่องแจ๊คว่าเป็น สุดยอดผู้บริหารแห่งศตวรรษที่ 20 แล้วก็เป็นแจ๊คคนนี้แหละที่หลังจากเกษียณจาก GE แล้วก็หันมาให้ความสนใจในงานของ HR เป็นอย่างยิ่ง จะว่าไปแล้วชาว HR อาจมองว่าแจ๊คคือพรีเซนเตอร์ตัวจริงเสียงจริงของ HR ก็น่าจะได้
สถาบัน The Society for Human Resource Management ได้เชิญแจ๊คมาเป็นองค์ปาฐกให้กับการสัมมนา HR ประจำปีที่สหรัฐอเมริกาในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ แล้วก็เลยถือโอกาสสัมภาษณ์แจ๊คล่วงหน้าเสียเลย โดย SHRM ลงพิมพ์บทสัมภาษณ์แจ๊คในนิตยสาร HR Magazine ประจำเดือนมิถุนายน ในประเด็นที่ว่า ทำไมแจ๊คจึงให้ความสำคัญและชื่นชมงาน HR นัก
ดิฉันอ่านบทสัมภาษณ์นี้แล้วพบประเด็นน่าคิดหลายประการสำหรับ HR บ้านเรา จึงขอสรุปประเด็นสำคัญๆ มาเล่าสู่กันฟังในคอลัมน์นี้เพื่อจะได้ช่วยจุดประกายให้ผู้บริหารบ้านเราหันมาสนับสนุนงาน HR ให้มากขึ้นไปอีก...
แจ๊ค เวลช์เริ่มสนใจงาน HR ตั้งแต่เมื่อไร?
แจ๊คเริ่มตระหนักว่าเขาเป็นคนที่ให้ความสนใจในงาน HR มากกว่างานด้านการเงินตั้งแต่อยู่ GE แล้ว เพราะ “ผมคิดอยู่เสมอว่าพนักงานฝ่าย HR มีความ (สำคัญ) เท่าเทียมกับฝ่ายการเงิน” และเมื่อแจ๊คออกมาเปิดธุรกิจของตนเองโดยต้องเป็นผู้สรรหาจัดจ้างพนักงานด้วยตัวเอง เขาก็ยิ่งเห็นความสำคัญของงาน HR มากขึ้น
ความเห็นในเรื่องระบบการประเมินผลขององค์กรขนาดใหญ่
แจ๊คมองว่าองค์กรขนาดใหญ่นั้นมีระบบการประเมินผลที่ไม่สะท้อนความเป็นจริงเท่าที่ควร ทั้งนี้เนื่องจากมีบุคลากรจำนวนไม่กี่คนที่มีโอกาสได้พูดคุยแบบตัวต่อตัวกับผู้ประเมิน บุคลากรจึงไม่มีโอกาสชี้แจงความเป็นจริงหรือปัญหาต่างๆ เรื่องผลงานจากมุมมองของตัวเขาเอง ดังนั้นเขาจึงได้เปลี่ยนวิธีการบริหาร HR เสียใหม่ จากเดิมที่หมกมุ่นอยู่แต่กับเรื่องผลตอบแทนและแบบฟอร์มต่างๆ กับเรื่องการจัดปิกนิกและปาร์ตี้ (จากสำนวนของแจ๊คที่เสียดสีว่า HR ยุ่งแต่งาน “benefits and forms - picnics and parties”) แต่ละเลยงานสำคัญคือ กระบวนการพัฒนาบุคลากร กระบวนการสร้างภาวะผู้นำ และการสร้างความมั่นใจว่าองค์กรมีมาตรฐานที่ดีและยุติธรรมในการจัดจ้างและให้คนออก ดังนั้นแจ๊คจึงลงมาทำหน้าที่นี้ด้วยตนเอง (คงยังพอจำได้ว่าเมื่อประมาณเกือบ 20 มาแล้ว แจ๊คได้ปลดคนงาน GE กว่า 6 หมื่นคนทั่วโลก!)
ทำไมผู้บริหารส่วนใหญ่ไม่ยกย่องผู้บริหาร HR เท่ากับ CFO
คำถามนี้คงอยู่ในหัวใจของ CEO หลายคนที่ยังมองว่าผู้บริหาร HR ไม่สำคัญเท่าและไม่เก่งเท่า CFO (Chief Financial Officer) ทั้งนี้แจ๊คเปรียบเทียบให้ฟังว่าหากคุณนั่งอยู่ในห้องที่มีคนอยู่ประมาณ 100 คน แล้วคุณตั้งคำถามว่า “ในห้องนี้มีใครบ้างที่สามารถคำนวณอัตราผลตอบแทนของโครงการได้?” คุณจะพบว่าอาจมีคนเพียง 20 คนยกมือขึ้นว่าทำได้ แต่ถ้าคุณถามว่า “มีใครบ้างที่เป็นคนที่รู้เรื่องบุคลากร?” รับรองเลยว่าร้อยทั้งร้อยยกมือหมด แต่ความจริงมีอยู่ว่า “การบริหารบุคลากรนั้น มันไม่ใช่แค่รู้จักว่าพนักงานชื่ออะไรบ้างหรอกนะ!” แจ๊คกล่าวว่า งานบริหาร HR คือเรื่องของการ “พัฒนาพนักงาน” และ “สร้างความเชื่อมั่นให้พนักงานว่าพวกเขาทุกคนได้รับการปฏิบัติดูแลอย่างเป็นธรรม โดยเท่าเทียมกัน” ด้วยหลักคิด 2 ประการนี้ที่ทำให้แจ๊คมั่นใจที่จะบอกว่า งาน HR นั้นยิ่งใหญ่ ยาก และซับซ้อนกว่าที่หลายคน (รวมทั้ง HR เอง) เข้าใจ
แล้วทักษะสำคัญที่ HR มืออาชีพควรมีคืออะไร?
เพื่อที่จะยืนหยัดอย่างสมค่าสมราคาของการเป็นผู้บริหาร HR ชั้นเทพ แจ๊คกล่าวจากประสบการณ์ว่า สิ่งแรกที่มืออาชีพ HR ต้องทำให้ได้คือ การได้รับความไว้วางใจ (Trust) จากพนักงาน โดยวัดจากการที่พนักงานกล้าและไว้ใจที่จะแสดงความคิดเห็น ขอคำแนะนำเกี่ยวกับการพัฒนาทางสายอาชีพ โดยที่มั่นใจว่า HR จะไม่นำเรื่องของเขาไปเล่าให้เจ้านายของเขาฟัง ในขณะเดียวกันบรรดาผู้บริหารที่เป็นเจ้านายของพนักงานเหล่านี้ก็สามารถไว้วางใจในตัว HR ได้เช่นกันว่า HR จะเป็นผู้ที่รักษาผลประโยชน์ขององค์กรอย่างดีที่สุด และไม่ใช่ราชาแห่งความจอมปลอมที่เชื่อถือไม่ได้ HR ที่ยิ่งใหญ่คือคนที่เป็นประหนึ่งบาทหลวงที่รับฟังคำสารภาพบาปและรักษาความลับของผู้สารภาพไว้ และเป็นประหนึ่งพ่อแม่ที่ต้องพูดตรงๆ เวลาที่ต้องให้คำแนะนำกับลูกๆ


